Nyhetene
Wat Thai Norway
เขียนโดย Admin   

   

         Den Thailandske Buddhistforening (DTB) ble stiftet 1991. Foreningen er landsdekkende og formålet er å ivareta religiøse behov for thailandske buddhister i Norge. Hensikten er å etablere et thailandsk tempel i Norge. Foreningen ledes av et demokratisk valgt styre. Det avholdes årsmøte hvert år. Foreningen er registrert som egen menighet tilsluttet Buddhistforbundet.

Readmore อ่านรายละเอียด
 
Buddhistforbundet PDF พิมพ์ อีเมล
วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2008 เวลา 20:49 น.

Den Thailandske Buddhistforening er tilknyttet Buddhistforening.

 

Informasjon om Buddhistforbundet

Buddhistforbundet er styrt av en overenskomst (klikk her for å se teksten) mellom de deltagende buddhistiske organisasjoner.

Informasjon om organiseringen av Buddhistforbundet finner du her.

Informasjon om buddhismen i Norge.

Organisasjoner i Buddhistforbundet

Buddhasasana
Den burmesiske theravadabuddhistiske forening
Den thailandske buddhistforening
Den vestlige buddhistordens venner
Det vietnamesiske buddhistsamfunn
Dharmagruppen
Dharma Sah
Hridaya-gruppen
Karma Tashi Ling buddhistsamfunn
Rinzai Zen Senter
Stavanger buddhistiske forening
Tisarana

Kontakt

Buddhistforbundet
Postboks 9340 Grønland
0135 Oslo.
Telefon/Fax: (+47) 22 11 32 96

E-post: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

Forstander: Egil Lothe
Privat: 64 86 99 16
Mobil: 97 70 41 54
Personlig e-post: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
Ekornveien 8a
1404 Siggerud

Koordinator: Gordon Geist
Mobil: (+47) 99 517 999



http://www.buddhistforbundet.no

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 09 มีนาคม 2010 เวลา 19:38 น.
 
การเข้าเมืองของนอร์เวย์ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 05 ธันวาคม 2008 เวลา 14:18 น.

การเข้าเมองของนอร์เวย์

การขอติดตามครอบครัวเข้าประเทศนอร์เวย์

๑. ขอติดตามครอบครัวใกล้ชิด คือ บิดา มารดา คู่สมรส บุตร

คู่สมรส ต้องมีอายุเกิน ๑๘ ปี ที่ต้องการอยู่ร่วมกันในนอร์เวย์

บุคคลที่อยู่ร่วมกัน เป็นสามีภรรยา โดยไม่ได้จดทะเบียนกันอย่างน้อยเป็น

เวลา ๒ ปี และ ต้องการอยู่ร่วมกันต่อไป

บุตรที่มีบิดาหรือมารดาอยู่ในประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และ

หากทั้งบิดามารดามีสิทธิ ในการปกครองบุตรร่วมกัน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ลูกติดตามอีกฝ่ายหนึ่งเข้ามาอยู่ในนอร์เวย์ได้

เด็กที่คนนอร์เวย์รับเป็นบุตรบุญธรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

มีเอกสารยอมรับจากทางราชการ

มารดา หรือ บิดาที่มีบุตรเป็นคนนอร์เวย์ และ อยู่ร่วมกับฝ่ายที่ยื่นคำ

ร้องขออยู่ในนอร์เวย์ และผู้ยื่นคำร้องจะต้องไม่มีคู่สมรสอยู่ในขณะยื่นคำร้อง

บิดาหรือมารดา ที่มีสิทธิในการพบปะดูแลบุตรที่อยู่ในประเทศนอร์เวย์

และผู้ยื่นคำร้องขออยู่เป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศแล้วในปีสุดท้ายที่ยื่นเรื่อง

๒. สมาชิกอื่นในครอบครัว หรือ ผู้ที่มีจุดประสงค์ที่จะมาแต่งงานกับคนในประเทศนอร์เวย์ จะต้องอยู่ในข้อกำหนดดังนี้ คือ

อายุ เกิน ๑๘ ปี มีจุดมุ่งหมายที่จะแต่งงาน หรือ อยู่ร่วมกัน

( ไม่จดทะเบียนสมรส) และจะอยู่ในประเทศนอร์เวย์

บุคคลที่อยู่ร่วมกัน แลกำลังมีบุตรด้วยกัน กับคนที่อยู่ในประเทศนอร์เวย์

บิดา หรือ มารดาที่มีอายุเกินกว่า ๖๐ ปี เป็นหม้าย ไม่มีญาติใกล้ชิด

และบุตรที่อยู่ในนอร์เวย์จะต้องรับผิดชอบดูแล

บุตรที่มีอายุระหว่าง ๑๘ - ๒๑ ปี ยังโสด และเคยอยู่ในประเทศนอร์เวย์

มาแล้วระยะหนึ่ง สามารถยื่นคำร้องกลับเข้าไปอยู่ใหม่ได้

 บุตรที่มีอายุเกิน ๑๘ ปี ไม่มีคู่สมรส อยู่เมืองไทยคนเดียว ในขณะที่พี่

น้องคนอื่นอยู่ในประเทศนอร์เวย์แล้ว หรือเป็นบุคคลที่มีโรคภัยประจำตัว โดยที่บิดามารดาที่อยู่ในนอร์เวย์จะต้องดูแล

เด็กอื่นที่บุคคลให้การเลี้ยงดูเป็นบุตร โดยถูกต้องตามกฎหมายไทย

( ไม่ได้จดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรม ) โดยเด็กได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ซึ่งในกรณีนี้ แผนกที่ทำงานเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของเด็กในนอร์เวย์ จะเป็นผู้พิจารณา ตรวจสอบข้อมูล รับรองสถานภาพ และอนุญาตก่อนที่จะสามารถยื่นคำร้องเข้ามาได้

น้อง ร่วมบิดามารดาเดียวกัน อายุน้อยกว่า ๑๘ ปี และบิดามารดา

เสียชีวิตทั้งสองคน ไม่มีผู้ดูแล สามารถทำเรื่องตามพี่เข้าอยู่ในประเทศนอร์เวย์ได้

นอกจากนี้ บิดามารดาที่อยู่เมืองไทย สามารถยื่นคำร้องขอเยี่ยมบุตรที่อยู่ในประเทศนอร์เวย์ โดยไม่จำกัดอายุของบุตรได้ เป็นเวลา ๙ เดือน จะเดินทางพร้อมกัน หรือ คนละครั้งก็ได้ เป็นการอนุญาตที่เมื่อครบกำหนดแล้วจะต้องเดินทางกลับ

การยื่นคำร้องนี้จะต้องยื่นตามแบบฟอร์ม พร้อมเอกสารหลักฐานทุกอย่างที่แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษานอร์เวย์ จากผู้แปลที่ได้รับการยอมรับอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และ ประทับตราเอกสารให้เรียบร้อย ที่สถานทูตนอร์เวย์ในประเทศไทย

เอกสารที่ต้องส่งพร้อมการยื่นคำร้อง

๑. ใบเกิด หรือ ใบรับรองการเกิด ในกรณีที่ใบเกิดสูญหาย

๒. สำเนาพาสปอร์ตของทุกหน้า

๓. เอกสารที่แสดงความเกี่ยวข้อง ความสัมพันธ์ กับผู้ที่จะขอติดตามเข้าไปอยู่ด้วย

๔. หลักฐานเงินรายได้ สัญญาว่าจ้างการทำงาน ใบหักภาษี ของคนที่อยู่นอร์เวย์

๕. สำเนาทะเบียนบ้าน

๖. รูปถ่าย

๗. ค่าธรรมเนียม

รายละเอียดในเรื่องเอกสารนี้ควรสอบถามทางสถานทูตนอร์เวย์ในประเทศไทย ก่อนที่จะไปยื่นคำร้องเสียก่อน

เวลาในการพิจารณาคำร้องนี้จะแตกต่างกันออกไป ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี และความพร้อมของเอกสาร และหากได้รับการปฏิเสธ ผู้ยื่นคำร้องสามารถขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายใน ๓ สัปดาห์โดยอาจจะต้องมีเอกสาร และคำชี้แจงเพิ่มเติม

การขออนุญาตเข้าทำงานในนอร์เวย์

การขออนุญาตเข้าทำงานในนอร์เวย์ต้องยื่นเรื่องร้องขอที่สถานทูตนอร์เวย์ในประเทศไทย และต้องได้รับอนุญาตก่อนที่จะเดินทางเข้าประเทศ

ประเภทของการขออนุญาตเข้าทำงาน ได้แก่

- ได้รับการว่าจ้างจากบริษัทหรือร้านค้าในนอร์เวย์

- พี่เลี้ยงเด็ก aupair นักศึกษา หรือ ผู้มีความประสงค์จะศึกษาเพิ่มเติม

ทางด้านภาษา และวัฒนธรรม โดยรับเลี้ยงดูแลบุตร ประเภทมีรายได้ ที่อยู่อาศัยพร้อม

- ฝึกงานหลังจากจบการศึกษาในประเทศนอร์เวย์ หรือในประเทศไทย

และต้องการฝึกงานในสายอาชีพที่เรียนมา

- การขอเข้าทำงานตามฤดูกาล หน้าเก็บเกี่ยว เก็บแอปเปิล สตรอเบอร์รี่

ผัก ต้องยื่นเรื่องขอเข้าประเทศโดยเจ้าของฟาร์มเป็นผู้รับรอง

- บริษัทเจ้าของกิจการในเมืองไทยที่มีสาขาเกี่ยวข้องกันในประเทศนอร์เวย์ สามารถส่งเจ้าหน้าที่ไปศึกษางานได้

- การขอเข้าทำธุรกิจ ตั้งบริษัท ดำเนินกิจการด้วยตนเอง ยื่นหลักฐาน

เช่นเดียวกับการขอตั้งบริษัทโดยทั่วไป พร้อมสำเนาพาสปอร์ตและรับรองเอกสารประทับตราโดยเจ้าหน้าที่สถานทูตหรือแผนกทะเบียนของนอร์เวย์

หลักฐานในการขอเข้าประเทศเพื่อทำงาน/ฝึกงาน

  1. แบบฟอร์มของหน่วยงาน/ แผนก/ธุรกิจที่เสนอให้งานและสัญญาตามแบบ

ฟอร์มของการทำงาน ซึ่งลงชื่อกำกับโดยผู้ให้งานและผู้รับงานแต่ละหน่วยงาน

  1. หลักฐานการศึกษาที่มีรายละเอียดของวิชา คะแนน วิชาที่เรียน ระดับ

การศึกษา

  1. หลักฐานประสบการณ์การทำงานที่ให้รายละเอียดของงานและระยะเวลาการ

ทำงาน

  1. ประวัติส่วนตัว
  2. หลักฐานเรื่องที่อยู่อาศัย จะพักที่ไหน อย่างไร
  3. สำเนาเอกสาร พาสปอร์ต
  4. รูปภาพ
  5. ค่าธรรมเนียม
  6. ถ้านายจ้าง/ เจ้าของธุรกิจยื่นเรื่องให้ต้องแนบใบมอบอำนาจตามแบบฟอร์มไปด้วย

รายละเอียดต่าง ๆ สมควรที่จะติดต่อสอบถามที่สถานทูตนอร์เวย์ในประเทศไทย

นอกจากนี้ นายจ้างสามารถยื่นคำร้องให้แก่ท่านได้โดยท่านต้องมอบอำนาจให้นายจ้างทำการแทน ซึ่งสามารถยื่นคำขอร้องตามแบบฟอร์มได้ที่สถานีตำรวจในท้องที่ที่นายจ้างทำธุรกิจอยู่ สัญญาการทำงานต้องมีอายุอย่างน้อย1ปี www.udi.no

การอนุญาตให้เข้าเมือง

การอนุญาตจากทางการนอร์เวย์จะเป็นการเจาะจงถึงอาชีพการงานที่ขอเข้าไปและเวลาตามที่กำหนดไม่สามารถนำไปทำงานอย่างอื่นได้ และไม่สามารถใช้ในการขออยู่พำนักถาวรได้

การขอต่อการทำงานใหม่

ให้ยื่นเรื่องอย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนหมดอายุการทำงานตามวีซ่าครั้งก่อน สามารถยื่นเรื่องได้ที่สถานีตำรวจแผนกคนต่างชาติในเมืองที่ทำงานอยู่ ถ้าขอใหม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด ถ้าได้รับการตอบปฏิเสธสามารถยื่นคำร้องอุทธรณ์ได้ ซึ่งการนี้ ทาง udi จะนำเรื่องขึ้นพิจารณาใหม่หรือส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ทางศาลพิจารณาคำร้องใหม่ สามารถหารายละเอียดทางอินเทอร์เน็ตได้ที่ www.udi.no/

การขอที่พำนักอยู่ถาวร

จะขอยื่นเรื่องพำนักถาวรได้ต้องอยู่ในประเทศนอร์เวย์ติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย ปี และต้องเป็น ปีที่ได้รับวีซ่าที่ชนิดที่จะใช้ขอพำนักถาวรได้เท่านั้น เช่น ผู้ลี้ภัย อพยพ ย้ายตามครอบครัว และในกรณีพิเศษซึ่งจะมีระบุไว้ในใบอนุญาตให้เข้าประเทศในครั้งแรก เช่น ถ้าวีซ่าอยู่ได้เพราะแต่งงาน ในวันยื่นเรื่องขอพำนักถาวรสภาพการสมรสจะต้องยังคงอยู่กับคู่สมรสเดิมและเมื่อได้วีซ่าถาวรแล้วจะไม่เสียสิทธิถ้าต้องหย่ากันภายหลัง

ข้อยกเว้นในเรื่องการอยู่ติดต่อกัน คือ

ถ้าวีซ่าที่จะขอพำนักถาวรนั้นมีอายุเพียง ปี สามารถยื่นเรื่องขอพำนักอยู่ถาวรได้

ในกรณีที่ผู้ขอทำงาน/ศึกษาในต่างประเทศนอร์เวย์เป็นระยะเวลาอย่างน้อย ๘-๑๐ ปี

-หรือแต่งงานกับพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของสถานฑูตหรือหน่วยงานอื่น

จากนอร์เวย์สามารถขอพำนักถาวรได้หลังจาก ปี แรก

ในช่วงเวลาอยู่ติดต่อกัน หมายถึง ในระหว่าง ปีที่ได้รับวีซ่าให้ยื่น

เรื่องพำนักถาวรได้ ซึ่งนับตั้งแต่วันแรกที่ได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในประเทศ จนถึงวันยื่นคำร้องขอพำนักถาวร ไม่ออกไปอยู่ประเทศอื่นเกิน เดือน ในช่วง ปีสุดท้าย ยกเว้น คนต่างชาติที่ได้ออกไปฝึกงาน เรียน หรือได้รับคำสั่งจากศาสตราจารย์ในการทำวิจัย สามารถออกไปอยู่ประเทศอื่นได้ถึง ๑๕ เดือน โดยไม่เสียสิทธิในการขอพำนักถาวร

การนับวันนั้น เริ่มนับจากวันที่ได้รับวีซ่าให้พำนักในนอร์เวย์ได้ ถ้าวีซ่านี้ได้รับก่อนเข้านอร์เวย์ กรณีที่แต่งงานจากเมืองไทยให้นับจากวันที่แจ้งให้สำนักงานตำรวจท้องที่ทราบ

ข้อควรรู้เมื่อเข้ามาอยู่ในนอร์เวย์

1. การตรวจสอบภูมิต้านทานวัณโรค

หลังจากที่เข้าอยู่ในนอร์เวย์ ภายในสองสัปดาห์คุณต้องติดต่อจองเวลาเพื่อทำการตรวจสอบภูมิต้านทาน วัณโรค ( ที บี ) โดยการตรวจทางผิวหนัง ที่แผนกวัคซีน ( Internasjonalt Sos. Med. Senter ) ของเขตหรือเมือง ซึ่งตามกฎหมายกำหนดไว้ให้ทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต้องเข้ารับการตรวจดังกล่าว (สำหรับบุคคลที่มาจาก โปแลนด์ สโลวาเนีย สโลวาเกีย เช็คเกียร์ และ ฮังการี นั้น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2005 ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ ที บี นี้ )

หากผลการตรวจทางผิวหนังนี้มีผลเป็นลบ คือหมายถึงร่างกายไม่มีภูมิต้านทาน จะได้รับข้อเสนอให้รับวัคซีน บี ซี จี ซึ่งเป็นวัคซีนต้านทานเชื้อวัณโรค ถ้าคุณได้เคยรับวัคซีนตัวนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นจะต้องรับวัคซีนใหม่ การตรวจนี้สำคัญมากที่คุณจะต้องปฏิบัติตาม อันจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของคุณเอง การตรวจดังกล่าวไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ และผลของการตรวจนี้ ไม่มีผลต่อการขออนุญาตทำงานหรือ การอยู่ในประเทศนอร์เวย์นี้แต่อย่างใด

โปรดจำไว้ว่า ถ้าในภายหลัง ออกเดินทางไปอยู่ต่างประเทศ เกินกว่า สามเดือน คุณต้องเข้ารับการตรวจเชื้อนี้ใหม่

2. การหาแพทย์ประจำตัว

- เพื่อที่จะสามารถลงทะเบียนกับแพทย์ประจำตัว คุณต้องมีเลขประจำตัว ต้องติดต่อขอที่แผนกทะเบียน ทางหมายเลขโทรศัพท์ 800 800 00

- เมื่อคุณได้รับเลขประจำตัวแล้ว คุณต้องรีบติดต่อกับแผนกที่จะจัดแพทย์ประจำตัวให้ ทางโทรศัพท์ 810 59 500 หรือทางอินเตอร์เน็ต www.nav.no หาหัวข้อ fastlege.

- การตรวจสุขภาพกับแพทย์ประจำตัว เมื่อคุณหาแพทย์ประจำตัวคุณได้แล้ว ขอแนะนำให้คุณจองเวลาเพื่อตรวจเลือด และตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะการตรวจเลือด เกี่ยวกับ ไวรัสตับ (Hepatitt) เอช ไอ วี ( HIV ) ซิฟิลิส ( Syfilis ) และ หัดเยอรมัน สำหรับผู้หญิง ( Rubella - Røde hunden) และการตรวจเลือด อื่น ๆ ที่แพทย์เห็นสมควร

- สำหรับเด็กนั้นสำคัญมากที่ผู้ปกครองจะต้องนำผลของการตรวจ

สุขภาพ การรับวัคซีน จากสถานอนามัย หรือสาธารณสุข ไปให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเมือง และอย่าลืม เขียนชื่อ และ ที่อยู่ ของคุณ ลงในใบเอกสารด้วย ซึ่งเอกสารนี้ จะส่งไปให้เจ้าหน้าที่อนามัยประจำโรงเรียนต่อไป

ชีวิตและความเป็นอยู่ในประเทศนอร์เวย์

เมื่อได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศนี้แล้ว ในแต่ละเมืองจะมีสวัสดิการในการให้การสนับสนุนช่วยเหลือคนต่างชาติแตกต่างกัน โดยทั่วไป จะมีโรงเรียนสอนภาษานอร์เวย์ให้คนต่างชาติ และตามกฎหมายคนไทยที่เข้ามาอยู่จะทำเรื่องขออยู่ถาวรได้ต้องผ่านการเรียนภาษานอร์เวย์เป็นจำนวน ๒๕๐ ชั่วโมง สังคมนอร์เวย์ในภาษาของตนเองหรือภาษาใกล้เคียงที่เข้าใจได้อีก ๕๐ ชั่วโมง


การเรียนภาษานอร์เวย์นี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะภาษาคือกุญแจที่จะเปิดประตูไปสู่ความสำเร็จและความเข้าใจในวัฒนธรรมที่แตกต่าง นอร์เวย์เป็นประเทศที่รับผู้ลี้ภัย และผู้อพยพจากหลายประเทศที่ประสพปัญหาทั้งในเรื่อง สงคราม การเมือง และ ความยากจน เป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญหลายอย่างขององค์การสหประชาชาติ ทำให้เป็นผลพลอยได้ที่คนไทยได้รับประโยชน์จากโครงการช่วยเหลือคนต่างชาติของนอร์เวย์ด้วย เช่น การศึกษา เด็กทุกคนที่เข้ามาอยู่จะมีสิทธิได้รับการศึกษา ได้รับการช่วยเหลือให้เรียนได้

เมื่อเด็กเข้าเรียนใหม่ ๆ จะมีการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสม โดยระยะแรกจะเน้นในเรื่องภาษา ชีวิต ความเป็นอยู่ ระบบของโรงเรียน การให้ความร่วมมือกันระหว่างบ้านและโรงเรียน มีการบรรจุครูภาษาไทยเพื่อให้สอนเด็กด้วยภาษาไทยเพื่อให้เด็กมีพื้นฐานทางภาษาที่ดีและสามารถใช้ความรู้ทางภาษาไทยเรียนรู้วิชาอื่น ๆ ส่วนผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่มีสิทธิสมัครเข้าเรียนและเข้าฝึกฝนอาชีพได้ บางคนได้เรียนและทำงานไปพร้อม ๆ กัน

การศึกษา

การศึกษาภาคบังคับขยายเป็น ๑๐ ปี เริ่มเรียนตั้งแต่ ๖ ขวบเต็ม เวลาเรียน ๑๐ ปี โรงเรียนเปิดภาคเรียนกลางเดือนสิงหาคม มีปิดภาคฤดูใบไม้ร่วง คริสมาส ฤดูหนาว เทศกาลอีสเตอร์ ฤดูร้อน ทางโรงเรียนจะมีการติดต่อประสานงานในเรื่องการเรียนการสอนกับทางผู้ปกครอง โดยมีการเรียกเข้าพบอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้งเพื่อพูดคุยถึงความก้าวหน้าในการเรียนการสอนของเด็กหลักสูตรการเรียนการสอนจะมีการปรับปรุงอยู่เสมอ หนังสือ และ อุปกรณ์ที่จำเป็นในการเรียนการสอนนั้น ฟรีทุกอย่าง

สำหรับเด็กในวัยเรียนที่ติดตามพ่อ หรือ แม่เข้าประเทศนอร์เวย์จะมีสิทธิเข้าเรียนในชั้นเรียนตามอายุของเด็ก หลายเมืองจะมีโปรแกรมให้ในระยะแรกในการเรียนภาษาและเตรียมความพร้อม ปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมและวัฒนธรรมของนอร์เวย์ และมีการจัดครูภาษาไทยที่จะเข้าไปช่วยให้ความรู้ทางวิชาการตามระดับชั้นของเด็ก

ในระดับชั้น ๑ จนถึง ๗ นั้นจะไม่มีการให้คะแนน หรือซ้ำชั้น เรียกว่าเป็นกลุ่ม ประถมต้น และประถมปลาย ที่จะเน้นให้เด็กเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบในหน้าที่ ในการอยู่ร่วมกัน สอนเน้นในเรื่องของมนุษย์ที่จะอยู่ร่วมกันทุกชาติทุกภาษา ทุกศาสนาให้เห็นและยอมรับความแตกต่าง ของทุกคน ระดับ ๘ ถึง ๑๐ จะเป็นระดับมัธยมที่เน้นเนื้อหาวิชาการมากขึ้น มีการทดสอบให้คะแนน การเรียนจะหนักขึ้น การบ้านเยอะ เด็กวัยนี้จะได้รับการฝึกการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีแผนการเรียนรายสัปดาห์ให้ปฏิบัติ เด็กจะได้รับการฝึกในความเป็นประชาธิปไตย ที่เคารพในสิทธิของแต่ละบุคคล ดังนั้น บางครั้งอาจจะดูเป็นการก้าวร้าว ไม่เคารพอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ หรือครูบาอาจารย์

สำหรับผู้ใหญ่ที่เข้าอยู่ ได้รับสิทธิและหมายเลขประจำตัวแล้ว มีสิทธิในการเรียนภาษาและสังคมนอร์เวย์ฟรี ๓๐๐ ชั่วโมง เรียกว่าโปรแกรมแนะนำความเป็นอยู่ในประเทศนอร์เวย์ กฎหมายฉบับนี้เริ่มใช้เมื่อ ค.ศ. ๒๐๐๔ ในโปรแกรมนี้จะรวมถึงการเรียนภาษา วัฒนธรรมและสังคมของนอร์เวย์ เพื่อที่จะสามารถปรับตัวให้อยู่ในนอร์เวย์ได้ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ที่สำคัญคือ โปรแกรมนี้ จะให้คำแนะนำในเรื่อง สถานที่ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ควรรู้ของแต่ละเมืองเอาไว้ด้วย การเรียนการสอนนี้กระจายไปทั่วประเทศ

การทำงาน

การทำงานในนอร์เวย์สำหรับคนต่างชาติ รวมทั้งคนไทย เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากที่จะได้งานตามสาขาที่เรียนมา ถ้าไม่มีคนรู้จักพาเข้าทำงานก็แทบจะหางานเองไม่ได้ ดังนั้นการเข้าเรียน/เข้ารับการอบรม ก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะได้งานทำ นอร์เวย์มีหน่วยงานที่ให้คำแนะนำในการหางานทำ การฝึกงาน การทดลองงาน ในแต่ละสายอาชีพ คือ NAV, AETAT, ( www.aetat.no ) ซึ่งจะระบุสิทธิประโยชน์ของนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมายไว้ชัดเจนในแต่ละอาชีพคล้ายกับของไทย เช่น สิทธิในการลาป่วย การอนุญาตให้ลาป่วย ลาพักร้อน ลาเพื่อดูแลลูกหรือพ่อ แม่ ญาติสนิท เสียชีวิต หรือเหตุจำเป็นอื่น ๆ ในหน่วยงานของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ จะมีประกันให้กับทุกคนที่ได้รับบรรจุ สำหรับบริษัทเล็ก ๆ หรือเอกชน ต้องสอบถามก่อนว่านายจ้างให้สิทธิอะไรแก่ลูกจ้างบ้าง การเป็นสมาชิกของสมาคมนายจ้าง หรือ สมาคมแรงงาน ในสายงานที่เราทำงานอยู่ นั้น จะช่วยในการรักษาสิทธิของเรา ได้ทางหนึ่ง แต่ก็ต้องเสียค่าสมาชิก

การเช่า/ซื้ออสังหาริมทรัพย์

การเช่า/ ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัย เป็นไปตามกฎหมายของนอร์เวย์ ถ้าได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ถาวรได้ก็มีสิทธิเช่นคนนอร์เวย์ทุกอย่าง

สวัสดิการของสังคม

สังคมนอร์เวย์เป็นระบบที่ทุกคนทุกชีวิตมีความสำคัญเหมือน ๆ กัน และพยายามที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้อยู่ดีมีสุขตามสภาพ รัฐบาลมีกฎหมายที่กำหนดขอบเขตที่จะทำให้ทุกคนสามารถมีชีวิตอยู่ได้แบบไม่เดือดร้อน เช่น

๑. คนที่ไม่สามารถเลี้ยงดูตนเองได้ สามารถขอความช่วยเหลือจากทางการเงินรัฐบาลได้

๒. ทุกคนมีสิทธิเหมือนกันในการเข้ารับการศึกษาในโรงเรียน

๓. คนเจ็บป่วยจะได้รับการช่วยเหลือตามที่แพทย์เห็นสมควร

การช่วยเหลือนี้มีหลายแบบด้วยกันเพื่อประชาชนในประเทศจะไม่ประสพกับความอดอยากหรือ ไร้ที่อยู่อาศัย โดยได้กำหนดสวัสดิการทางสังคมดังนี้

- สวัสดิการช่วยเหลือคนว่างงาน ตกงาน

- สวัสดิการช่วยเหลือขณะเจ็บป่วย

- สวัสดิการสำหรับผู้ที่ต้องเกษียณอายุก่อนเวลา

- สวัสดิการช่วยเหลือระหว่างมีปัญหา ในช่วงที่จะเริ่มต้นใหม่

สวัสดิการด้านสุขภาพ

ผู้ที่มีสิทธิอยู่ในประเทศนอร์เวย์และได้รับหมายเลขประจำตัวแล้วจะต้องมีแพทย์ประจำตัวที่จะมีข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของเราทุกอย่างการรักษาพยาบาลจะกำหนดค่ารักษา และค่ายาไว้แน่นอน ทุกคนจ่ายเท่ากันหมดในหนึ่งปี เมื่อจ่ายเงินถึงที่กำหนดไว้แล้ว จะไม่ต้องเสียอีกตลอดปีนั้น การเข้ารักษาในโรงพยาบาลจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น แพทย์ประจำตัวจะเป็นผู้ส่งเข้าโรงพยาบาลเอง ถ้าจำเป็น เช่นเดียวกับอุบัติเหตุ ทุกคนมีสิทธิในการดูแลรักษา ถ้าได้รับบาดเจ็บจนถึงพิการ ก็จะได้รับความช่วยเหลือทุกอย่างตลอดชีวิต และถ้าผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุเป็นผู้เยาว์ ก็จะได้รับการช่วยเหลือดูแล โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด รวมทั้งสิทธิในเรื่องการเงินจากบริษัทประกัน เงินชดเชย เจ้าหน้าที่จะดูแลจนกว่าเด็กจะบรรลุนิติภาวะ ผู้ปกครองไม่สามารถนำเงินส่วนของเด็กไปใช้ได้ตามใจ

การดูแลรักษาพยาบาลนี้เป็นบริการของรัฐ ที่จะให้คำแนะนำ เป็นที่ปรึกษา และดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างถูกต้องและมีคุณภาพ เจ้าหน้าที่การอนามัยจะมีอยู่ทุกเมือง มีหน้าที่ดูแลแม่และเด็ก การตั้งครรภ์จะได้รับการตรวจทุกระยะ เมื่อคลอดแล้วก็จะตามดูแลการเจริญเติบโตของเด็ก พร้อมให้การแนะนำเรื่องการให้อาหาร วัคซีน ตลอดเวลา

เมื่อถึงวัยเรียน ทางโรงเรียนก็จะมีเจ้าหน้าที่ พยาบาลประจำโรงเรียนที่คอยให้

คำแนะนำ และ เรียกเข้าพบเป็นระยะ เช่นกัน

กรณีเกิดการวิวาทหรือตกเป็นผู้ต้องหา

ข้อควรรู้ในกรณีวิวาท หรือตกเป็นผู้ต้องหาข้อนี้ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของแต่ละกรณี เช่นเดียวกับประเทศไทย เมื่อตกเป็นผู้ต้องหา จะมีทนายที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนของเรา เป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่จะจัดการให้ถ้าเราไม่รู้จักใคร การใช้ทนายนั้น ราคาแพงมาก คนที่มีรายได้ต่ำกว่า ๒๔๐,๐๐๐ โครนน์ต่อปี มีสิทธิใช้ทนายฟรี การดำเนินคดีต่าง ๆ จะใช้เวลานานมาก การหาหลักฐานต่าง ๆ การพิสูจน์หลักฐาน ทุกอย่างใช้เวลาทั้งสิ้น ทางที่ดีก็คืออย่าทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย

กฎหมายครอบครัวของประเทศนอร์เวย์ที่ควรรู้

การแต่งงาน

คนไทยส่วนใหญ่เข้าไปอยู่ในประเทศนอร์เวย์เพราะการแต่งงาน ซึ่งอยู่ในข่ายของการขอติดตามครอบครัว กฎหมายเกี่ยวกับการแต่งงาน จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง บุคคลที่จะแต่งงานได้ในประเทศนอร์เวย์ คือ

-บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี จะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง และ

ทางผู้ว่าราชการของเขตนั้น ๆ

๒. ห้ามการแต่งงานกับญาติสนิท พี่น้องร่วมบิดา หรือมารดา รวมทั้งกรณีของบุตรบุญธรรมถ้าเป็นพี่น้องที่คนหนึ่งเป็นบุตรบุญธรรมอาจจะได้รับการยกเว้น โดยการพิจารณา จากเจ้าหน้าที่ทางเขตก่อน

๓. ห้ามการแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับผู้ที่ยังไม่ได้หย่าขาดจากคู่สมรสเดิมตามกฎหมาย

๔. ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีโรคติดต่อ อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องรับทราบ และมีหลักฐานจากแพทย์ที่แสดงให้เห็นถึงการได้รับคำแนะนำ หรือรักษาเกี่ยวกับโรคนั้น ๆ

๕. ถ้าเป็นคนต่างชาติที่อยู่ในนอร์เวย์จะแต่งงาน ฝ่ายหนึ่งจะต้องได้รับอนุญาตให้อยู่ถาวรในประเทศนอร์เวย์แล้ว ต้องแสดงเอกสารนี้ด้วย

๖. การยื่นเรื่องจดทะเบียนสมรสนี้ จะต้องกรอกข้อความในแบบฟอร์มที่กำหนด พร้อมเอกสารให้เจ้าหน้าที่แผนกทะเบียนตรวจสอบเอกสาร และรับรองให้แต่งงานกันได้ จึงจะสามารถกำหนดของวันเวลาในการแต่งงานได้

๗. เอกสารที่จะต้องใช้ยื่นเรื่องในการขอแต่งงาน ของทั้งสองฝ่าย

- ใบเกิด

- ฝ่ายที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ต้องมีหนังสือยินยอมอนุญาตให้จดทะเบียนสมรสได้

- ถ้าฝ่ายหนึ่งมีสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ( เช่น ป่วย อัมพาต ฯ ) ต้องได้รับ

การยินยอมจากผู้ดูแล

- เอกสารที่รับรองว่าไม่ได้เป็นญาติใกล้ชิด หรือพี่น้องกัน มีพยานของ

ทั้งสองฝ่ายรับรอง

- หลักฐานการหย่า (ถ้าเคยแต่งงานมาแล้ว) และการรับรองในเรื่อง

ข้อตกลงของการหย่า จากทนายความ ในกรณีที่มีบุตรด้วยกัน และการตกลงในเรื่อง ทรัพย์สิน

- เอกสารการรับรู้ในเรื่องของฝ่ายหนึ่งมีโรคติดต่อ

- ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำลังจะมีบุตรกับบุคคลอื่น หรือ รับเด็กเป็นบุตร

บุญธรรม จะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบด้วย ( มีระบุในแบบฟอร์มที่ยื่นคำร้องขอแต่งงาน )

- บุคคลที่เป็นคนต่างชาติที่จะแต่งงานกับคนนอร์เวย์ จะต้องมีเอกสาร

ที่รับรองว่า สามารถแต่งงานได้ จากเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในการออกหนังสือรับรอง เอกสารจะต้องแปลและมีการประทับตราจากเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการยอมรับตามกฎหมาย ของไทย เช่น เอกสารที่ทางอำเภอออกให้ต้องแปลและประทับตรารับรองโดยเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ

- แต่ละฝ่ายจะต้องมีพยานที่ยืนยันถึงสถานภาพของทั้งสองฝ่ายว่า

เคย/ไม่เคยแต่งงานและไม่ได้เป็นญาติใกล้ชิดกัน

- หลักฐานที่ยืนยันว่าพำนักอยู่ในประเทศนอร์เวย์ได้ถาวร สำหรับคนต่างชาติทีต้องการแต่งงานที่นอร์เวย์

- การแต่งงานนี้จะต้องเป็นการแต่งงานโดยความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย

ไม่ได้ถูกบังคับ

สถานที่ที่ทำการแต่งงาน การจดทะเบียนสมรส

- พิธีทางศาสนา ที่มีบุคคลได้รับอำนาจจากทางเขตให้ทำพิธีแต่งงานจดทะเบียนสมรสได้ในโบสถ์ของศาสนาคริสต์ ( มีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่มเติม )

- จดทะเบียนนอกสถานที่ โดยเจ้าหน้าที่ หรือ บาทหลวงที่มีอำนาจในการจดทะเบียนสมรส

- เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของนอร์เวย์ในต่างประเทศ

- การขอจดทะเบียนสมรสในกรณีพิเศษ ที่ทางเจ้าหน้าที่ทางกระทรวงทบวงกรมอนุญาตเฉพาะตามสถานการณ์ที่จำเป็น

- การแต่งงานในโบสถ์ตามพิธีทางศาสนา อาจถูกปฏิเสธได้ ถ้าเจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่ได้นับถือศาสนานั้น ๆ หรือบางศาสนาอาจปฏิเสธที่จะทำพิธีให้แก่ผู้ที่เคยแต่งงานมาแล้ว และอดีตคู่สมรสยังมีชีวิตอยู่

เอกสารทุกอย่างต้องยื่นให้ตรวจสอบก่อน เมื่อเจ้าหน้าที่รับรองเอกสารถูกต้องแล้วจึงจะกำหนดขอวันทำพิธีแต่งงานได้

การทำพิธีแต่งงานในต่างประเทศต้องเป็นไปตามที่กฎหมายของ

ประเทศนอร์เวย์กำหนดไว้เช่นกันจึงจะได้รับว่าเป็นการแต่งงานที่ถูกต้อง การจดทะเบียนแต่งงานในต่างประเทศนี้จะเป็นโมฆะ ถ้า

- ในพิธีแต่งงานฝ่ายชาย หรือ ฝ่ายหญิงไม่ได้อยู่ในพิธี

- ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอายุไม่ถึง ๑๘ ปี

- ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสถานะการแต่งงานอยู่

การหย่าร้าง

การแต่งงานที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ จนต้องแยกทางกันอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครปรารถนาให้เกิดขึ้น ปัญหาจากการหย่าร้างจึงมีตามมา ดังนั้นจึงมีเรื่องทางกฎหมายที่ควรรู้ เช่น

-ถ้าคู่สมรสมีบุตรด้วยกัน ก่อนจะแยกทางกันได้จะต้องมีเอกสารการเข้า

พบเจ้าหน้าที่ที่ให้คำปรึกษาในปัญหาครอบครัว เพื่อแสดงถึงข้อตกลงในการดูแลบุตร อย่างน้อย ๓ ครั้ง จึงจะสามารถยื่นเรื่องขอแยกทางกันได้

-ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถขอแยกทางได้ โดยกรอกแบบฟอร์มตามที่มีให้

ยื่นไปทางเขต ทนายความหรือเจ้าหน้าที่แผนกที่เราไปติดต่อจะให้คำแนะนำช่วยเหลือ จะช่วยเหลือแนะนำให้ การขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่นี้ ถ้ามีปัญหาเรื่องภาษา ทางเจ้าหน้าที่จะติดต่อขอล่ามมาทำการแปลให้ฟรี

-ถ้าทั้งสองฝ่ายยินยอมลงลายมือชื่อ เรื่องจะได้การพิจารณาเร็วขึ้น การ

แยกทางนี้ ไม่ถือเป็นการหย่าขาดจากกันตามกฎหมาย เหมือนกับเป็นการทดลองแยกทางกันอยู่ จะยื่นเรื่องขอหย่าได้หลังจากการแยกทางกันแล้วอย่างน้อยหนึ่งปี ถ้าทั้งสองฝ่ายยินยอมก็จะสามารถหย่าได้ ถ้าแยกทางกันเกินสองปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถขอหย่าได้ โดยให้ศาลสั่ง

-สำหรับการยื่นเรื่องขออยู่ในประเทศสำหรับคนไทยที่มีลูกที่นอร์เวย์

คนไทยสามารถจะมีสิทธิขออยู่ในประเทศได้ตามกฎหมาย ถ้าอยู่ในประเทศนอร์เวย์แล้วเกินหนึ่งปี และมีการติดต่อสัมพันธ์กันสม่ำเสมอ

-หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยื่นเรื่องฟ้องศาลขอแยกทางได้ ถ้าการแต่งงานนั้น

เป็นการถูกบังคับขู่เข็ญให้แต่งงาน

-ระหว่างที่แยกทางกันอยู่ หลักฐานการแยกทางกันไม่สามารถนำไปจด

ทะเบียนแต่งงานใหม่

เรื่องทรัพย์สิน

ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ด้วยกันเท่านั้นจึงจะมีสิทธ์แบ่งครึ่งกันได้ตามกฎหมาย

ถ้าไม่มีบุตรด้วยกัน

เรื่องทรัพย์สินมรดกนี้จะคล้ายกับกฎหมายของไทย เรื่องสินเดิม สินสมรส ถ้า

ก่อนแต่งงานทำหนังสือเรื่องทรัพย์สินก่อนแต่งไว้ ถึงทรัพย์สินส่วนตัว เมื่อแยกทางกันก็จะเป็นไปตามข้อตกลงนั้น (ส่วนใหญ่ฝ่ายหญิงเป็นคนจัดการเรื่องอาหารการกิน ค่าใช้จ่ายทั่วไปในบ้าน ส่วนฝ่ายชายจ่ายค่าบ้าน ค่ารถ ซึ่งพอแยกกันฝ่ายเขาก็จะมีหลักฐานว่าเขาเป็นคนจ่าย เขาเป็นเจ้าของ ฝ่ายหญิงหมดสิทธิในการเรียกร้องสิทธิ ทนายความจะให้คำแนะนำในการเรียกร้องสิทธินี้ )

ผู้หญิงไทยหลายคนถูกขู่ส่งกลับ เมื่อฝ่ายสามีไม่พอใจ โดยเฉพาะเมื่อยังไม่ได้หลักฐานการพำนักถาวรซึ่งอาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจกันทั้งภาษาและวัฒนธรรม เมื่ออยู่ไปนาน ๆ มีการปรับตัว เรียนรู้กันทุกอย่างก็จะคลี่คลายดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั้งคู่ต้องอดทน พยายามเรียนรู้กัน การส่งกลับนั้นทำไม่ได้ง่าย ๆ เพราะเมื่อเขาแต่งงานกับคนไทยนั้น ได้ระบุถึงความรับผิดชอบในเรื่องการเงิน และความเป็นอยู่ ถ้าเขาต้องการแยกทาง ในระหว่างการแยกทางนั้น เขาจะต้องรับผิดชอบทุกเรื่องจนถึงวันหย่า ถ้าถูกทำร้ายไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือจิตใจ ไม่จำเป็นที่จะต้องทนทรมานอยู่เพียงเพราะต้องการอยู่ที่นอร์เวย์ ให้ติดต่อบ้านพักฉุกเฉินในแต่ละเขต ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่หลายแผนกให้ความช่วยเหลือแนะนำเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ทั้งทางด้านสังคมสงเคราะห์และทนายความ ตลอดจนการยื่นเรื่องแยกทาง รวมทั้งการติดต่อขอวีซ่าใหม่ให้ด้วย

การได้และเสียสิทธิอันเกิดจากการสละสัญชาติไทยกรณีสมรสกับคนต่างด้าว

  1. การสละสัญชาติไทยเพื่อเข้าถือสัญชาติตามสามี อาจได้สิทธิประโยชน์ ดังนี้

ทำให้สามีภรรยา ซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวถือสัญชาติเดียวกัน

 ภรรยาตามกฏหมายมีสิทธิได้รับความคุ้มครองหรือได้รับสิทธิ

ประโยชน์ตามกฏหมายของประเทศสามี ในฐานะคนสัญชาติประเทศนั้น

  1. ข้อควรระวัง

ตามกฏหมายสัญชาติของต่างประเทศจะกำหนดให้ผู้ที่ยื่นคำร้องขอถือ

สัญชาติของประเทศนั้น ๆ ต้องสละชาติเดิมก่อน โดยเฉพาะการถือสัญชาติตามสามีโดยการสมรส ดังนั้น ก่อนสละสัญชาติไทยเพื่อเข้าถือสัญชาติต่างด้าวตามสามี ควรศึกษากฏหมายสัญชาติของประเทศสามีให้เข้าใจหากสละสัญชาติไทยเรียบร้อยแล้ว แต่อยู่ระหว่างการขอสัญชาติตามสามี หากการสมรสสิ้นสุดลงโดยการหย่าหรือคำพิพากษา อาจขาดคุณสมบัติที่จะถือสัญชาติตามสามี กรณีเช่นนี้ จะมีผลทำให้หญิงนั้นเป็นบุคคลไร้สัญชาติได้

  1. การสละสัญชาติไทยเพื่อเข้าถือสัญชาติของสามี ตามกฏหมายสัญชาติ

ของสามีอาจมีผลในทางปฏิบัติ ดังนี้

การเสียสัญชาติไทยจะมีผลต่อเมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้เสีย

สัญชาติไทยการเสียสัญชาติไทยจะทำให้บุคคลดังกล่าวจะมีสถานะเป็น บุคคลต่างด้าว ซึ่งจะมีผลตามกฏหมายไทย ดังนี้

กระทรวงมหาดไทยจะตัดชื่อผู้ที่เสียสัญชาติไทยออกจากทะเบียน

ราษฎร ทำให้ไม่มีหลักฐานแสดงความเป็นคนไทยอีกต่อไป อาทิ จะไม่สามาถถือบัตรประจำตัวประชาชนและหนังสือเดินทางไทย

การเดินทางกลับประเทศไทยต้องถือหนังสือเดินทางของประเทศที่ตน

ถือสัญชาติ ต้องขอรับการตรวจลงตรา และสามารถพำนักอยู่ในประเทศไทยได้ตามระยะเวลาที่กฏหมายไทยอนุญาตเท่านั้น

เนื่องจากผู้ที่เสียสัญชาติไทยมีสถานะเป็นคนต่างด้าว หากตกทุกข์ได้

ยาก หรือประสบความเดือนร้อนระหว่างอยู่ในต่างประเทศ ไม่ว่ากรณีใด ๆ สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ไทย ไม่สามารถให้ความคุ้มครองดูแลช่วยเหลือตามกฏหมายระหว่างประเทศและกฏหมายไทย ต้องขอความช่วยเหลือจากทางการของประเทศที่ตนมีสัญชาติเท่านั้น

สิทธิและหน้าที่สำหรับความเป็นคนไทยสิ้นสุดลง โดยไม่ได้รับการ

ปกป้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 อาทิ หมดสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งและการสมัครรับเลือกตั้ง หมดสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง

การประกอบอาชีพอิสระในประเทศไทยต้องปฏิบัติตามกฏหมายว่าด้วย

การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวปี พ.ศ. 2542

การทำงานในประเทศไทยต้องเป็นไปตามกฏหมายว่าด้วยกฏหมายว่า

ด้วยการทำงานของคนต่าวด้าวปี พ.ศ. 2551

การถือครองที่ดินต้องเป็นไปตามประมวลกฏหมายที่ดิน ซึ่งกำหนดว่า

คนต่างด้าว ที่ต้องการถือครองที่ดินในประเทศไทย จะต้องนำเงินมาลงทุนในประเทศไทยตามจำนวนที่กำหนดในกฏกระทรวงมหาดไทยไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท และต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงจะสามารถถือครองที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยได้ไม่เกิน 1 ไร่

การถือครองอาคารชุดต้องเป็นไปตาม พรบ. อาคารชุด

นอกจากนี้แล้ว สิทธิและหน้าที่ของบุคคลต่างด้าวในเรื่องอื่น ๆ ต้องเป็นไป

ตามบทบัญญัติกฏหมาย

  1. การกลับคืนสัญชาติไทย

กฏหมายสัญชาติไทยกำหนดให้ชายหรือหญิงซึ่งมีสัญชาติไทย และได้สละสัญชาติไทยในกรณีที่ได้สมรากับคนต่างด้าว ถ้าได้ขาดจากการสมรสแล้วไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ย่อมมีสิทธิขอกลับคืนสัญชาติไทยได้ โดยสามารถยื่นคำขอไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมแสดงหลักฐานประกอบ อาทิ หากมีผู้สำเนาอยู่ในจัหวัดพระนคร หรือธนบุรี ให้ยื่อต่อผู้บังคับการตำรวจสันติบาล หากผู้มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดอื่น ให้ยื่นต่อผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนั้น และหากมีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศ ให้ยื่นต่อพนักงานทูต หรือกงสุล ณ ที่ทำการสถานเอกอัครราชทูตไทย หรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศนั้น

การทำหนังสือเดินทางไทยเล่มใหม่

ต้องไปติดต่อที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโลด้วยตนเอง พร้อมกับหลักฐานดังต่อไปนี้

  1. หนังสือเดินทางเล่มเดิมพร้อมสำเนาหน้าแรกที่มีการบันทึกข้อมูลของผู้ถือ1 ชุด
  2. บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา 1 ชุด
  3. ทะเบียนบ้านไทย ถ่ายสำเนาหน้าที่มีเลขที่บ้าน และหน้าที่มีชื่อของผู้ขอหนังสือเดินทาง 1 ชุด
  4. หลักฐานเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น หากมีการเปลี่ยนชื่อ-สกุล ต้องถ่ายสำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล 1 ชุด หากแต่งงานแล้ว ถ่ายสำเนาทะเบียนสมรส 1 ชุด หากหย่า ถ่ายสำเนาทะเบียนหย่า 1 ชุด
  5. ค่าธรรมเนียม 300 NOK
  6. ซองเปล่าจ่าหน้าซองถึงตัวเอง พร้อมติดแสตมป์สำหรับไปรษณีย์ลงทะเบียน

การทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่สำหรับผู้เยาว์ซึ่งอายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์

ต้องไปติดต่อด้วยตนเอง พร้อมบิดา และ/หรือ มารดา โดยนำหลักฐานไปด้วยดังนี้

  1. หนังสือเดินทางเล่มเดิม พร้อมสำเนาหน้าแรกที่มีการบันทึกข้อมูลของผู้ถือ 1 ชุด
  2. สูติบัตร ถ่ายสำเนา 1 ชุด หรือ บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา 1 ชุด
  3. ทะเบียนบ้านไทย ถ่ายสำเนาหน้าที่มีเลขที่บ้าน และหน้าที่มีชื่อของผู้ขอหนังสือเดินทาง และของบิดา หรือมารดา 1 ชุด
  4. หลักฐานเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น หากมีการเปลี่ยนชื่อ-สกุล ต้องถ่ายสำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล 1 ชุด
  5. บัตรประจำตัวของบิดา และ/หรือ มารดา พร้อมสำเนา 1 ชุด
  6. สำเนาทะเบียนสมรสของบิดาและมารดา 1 ชุด
  7. กรณีที่บิดามารดาหย่า และฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจปกครองบุตร ให้นำหลักฐานแสดงการปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว ได้แก่ บันทึกการหย่า หรือ คำสั่งศาล หรือ หนังสือ ป.ค. 14 ที่อำเภอออกให้
  8. ค่าธรรมเนียม 300 NOK
  9. ซองเปล่าจ่าหน้าซองถึงตัวเอง พร้อมติดแสตมป์สำหรับไปรษณีย์ลงทะเบียน

กรณีหนังสือเดินทางหายและต้องการทำหนังสือเดินทางใหม่

ให้นำหลักฐานที่กล่าวข้างต้นไปติดต่อที่สถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมใบแจ้งความที่ทางการตำรวจนอร์เวย์ออกให้

การแก้ไขนามสกุลในหนังสือเดินทาง

หญิงที่สมรสกับชาวต่างชาติ หากประสงค์จะใช้นามสกุลตามสามีในหนังสือเดินทางต้องดำเนินการดังนี้

หากเป็นหนังสือเดินทางรุ่นเก่า สามารถยื่นคำร้องขอเปลี่ยนนามสกุลตาม

สามีในหนังสือเดินทางได้ โดยยื่นคำร้องนิติกรณ์เพื่อขอแก้ไขนามสกุล พร้อมแนบเอกสารดังนี้

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด

หนังสือเดินทางตัวจริง พร้อมสำเนาหน้าที่มีข้อมูลของผู้ถือ 1 ชุด

สำเนาทะเบียนสมรส 1 ชุด

สำเนาหนังสือเดินทางของสามีหน้าที่มีข้อมูลของผู้ถือ 1 ชุด

ค่าธรรมเนียม 120 NOK

หากเป็นหนังสือเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่สามารถแก้ไขในหนังสือ

เดินทางได้ผู้เดินทางจะต้องไปติดต่อที่อำเภอเพื่อขอทำบัตรประชาชนไทยใหม่ที่ใช้นามสกุลตามสามี แล้วจึงจะไปขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ได้

หากสมรสที่ประเทศไทย ให้นำทะเบียนสมรสไปแสดงที่อำเภอ เพื่อขอ

แก้ไขนามสกุลในสำเนาทะเบียนบ้าน และทำบัตรประจำตัวประชาชนไทยใหม่

หากสมรสที่นอร์เวย์ ให้แปลใบทะเบียนสมรสเป็นภาษาไทย แล้วนำไป

รับรองที่สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ในประเทศไทย และไปรับรองเอกสารที่กองสัญชาติและนิติกรณ์กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ แล้วจึงไปติดต่อที่อำเภอเพื่อขอทำบัตรประชาชนไทยใหม่

การจดทะเบียนสมรส

หากจดทะเบียนสมรสที่นอร์เวย์และต้องการให้มีผลทางกฎหมายไทย สามารถไปติดต่อขอจดทะเบียนฐานะแห่งครอบครัวต่ออำเภอของไทยได้ โดยแปลทะเบียนสมรสนั้นให้เป็นภาษาอังกฤษ และภาษาไทย แล้วนำไปรับรองเอกสารที่ Notarius Publicus และที่กระทรวงการต่างประเทศของนอร์เวย์ แล้วจึงไปติดต่อที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล เพื่อทำการรับรองเอกสารโดยยื่นพร้อมสำเนา

บัตรประจำตัวไทยและสำเนาหนังสือเดินทางไทยพร้อมค่าธรรมเนียมฉบับละ 120 NOK เมื่อรับรองเอกสารแล้วจึงนำไปแจ้งต่ออำเภอของไทยเพื่อขอจดบันทึกฐานะแห่งครอบครัวตามสภานภาพหลังสมรส

หรือ เมื่อแปลเป็นภาษาไทยแล้ว นำไปรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ในประเทศไทย และไปรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ แล้วจึงนำไปแจ้งต่ออำเภอของไทยเพื่อขอจดบันทึกฐานะแห่งครอบครัวตามสถานภาพหลังสมรส

กรณีคนต่างชาติประสงค์จะไปจดทะเบียนสมรสกับคนไทยที่อำเภอในประเทศไทยต้องเตรียมหลักฐานดังนี้

หนังสือรับรองความเป็นโสด ที่ Kommune ออกให้ หรือใบหย่า พร้อม

คำแปลเป็นภาษาไทย แล้วไปรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ในประเทศไทย จากนั้นไปรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

2. หนังสือเดินทางนอร์เวย์

การจดทะเบียนหย่า

หากสามีและภรรยาเคยจดทะเบียนสมรสที่ประเทศไทย และต่อมาไม่

สามารถครองชีวิตคู่ต่อไปได้ สามารถยื่นขอจดทะเบียนหย่าได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ โดยต้องโทรศัพท์ติดต่อนัดหมายวันเวลาก่อน เมื่อถึงวันเวลานัดหมาย สามีและภรรยาต้องไปด้วยตนเองพร้อมกับพยาน 2 คน และนำหลักฐานไปด้วยดังนี้

บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนาด้านหน้าและด้านหลัง 2 ชุด

สำเนาทะเบียนบ้านไทยและนอร์เวย์ อย่างละ 2 ชุด

ใบสำคัญการสมรส ฉบับจริง 2 ฉบับ พร้อมสำเนา 2 ชุด

หนังสือเดินทางตัวจริงของทั้งสองฝ่าย พร้อมสำเนาหน้าที่มีข้อมูลของผู้ถือ 2 ชุด

หนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวของพยาน พร้อมสำเนา 2 ชุด

กรณีทำการหย่าตามกฎหมายนอร์เวย์

สามารถนำทะเบียนหย่าของนอร์เวย์ไปแปลเป็นอังกฤษและภาษาไทย แล้วนำไปรับรองเอกสารที่ Notarius Publicus และที่กระทรวงการต่างประเทศของนอร์เวย์ แล้วจึงไปติดต่อที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล เพื่อทำการรับรองเอกสารโดยยื่นพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวและสำเนาหนังสือเดินทางไทยพร้อมค่าธรรมเนียมฉบับละ 120 NOK เมื่อรับรองเอกสารแล้วจึงนำไปแจ้งต่ออำเภอของไทยเพื่อขอจดบันทึกฐานะแห่งครอบครัวตามสถานภาพหลังการหย่า

หรือ เมื่อแปลเป็นภาษาไทยแล้ว นำไปรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ในประเทศไทยและไปรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ แล้วจึงนำไปแจ้งต่ออำเภอของไทยเพื่อขอจดบันทึกฐานะแห่งครอบครัวตามสถานภาพหลังการหย่า

หลักฐานและเอกสารที่ต้องใช้ในการแจ้งเกิดบุตร

  1. สูติบัตรของบุตรที่ทางการท้องถิ่นออกให้ (FODSELSATTEST) ซึ่งขอได้

จากสำนักทะเบียนท้องถิ่น (LOCAL FOLKEREGISTER KONTORET) ขอเป็นฉบับอังกฤษ เอกสารดังกล่าว ต้องได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของนอร์เวย์

  1. หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล (FODSELSMELDING) ซึ่งมีข้อความ

ระบุชื่อมารดา วันที่ เวลาเกิด และน้ำหนักแรกเกิดของเด็ก หรือใบรับรองจากโรงพยาบาลซึ่งปรากฏข้อความดังกล่าว

  1. หนังสือเดินทางของบิดา และมารดาของเด็ก
  2. สำเนาบัตรประชาชนไทยและทะเบียนบ้านไทยของมารดาเด็ก
  3. ใบทะเบียนสมรสในประเทศไทย หรือใบทะเบียนสมรสในประเทศนอรเวย์

(VIGSELSATTEST)

  1. ใบรับรองถิ่นที่อยู่ในประเทศนอรเวย์ (BOSTEDSATTEST) จากสำนัก

ทะเบียนท้องถิ่น(LOKAL FOLKEREGISTER)

  1. รูปถ่ายเด็ก 1 ใบ

การขอหนังสือรับรองเพื่อผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร

หากผู้ถูกเรียกเกณฑ์ทหารยังศึกษาต่อในนอร์เวย์ สามารถยื่นขอหนังสือขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารจนกว่าจะจบการศึกษาได้ โดยยื่นหลักฐานไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล ดังนี้

หนังสือรับรองจากสถานศึกษาระบุชื่อ นามสกุล ระดับการศึกษา สาขาวิชา

ที่เรียน วันเริ่มต้นการศึกษา และวันที่คาดว่าจะจบการศึกษา พร้อมสำเนา 2 ชุด

หนังสือเดินทางไทย พร้อมสำเนาหน้าที่มีข้อมูลของผู้ถือ 2 ชุด

บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนาด้านหน้าและด้านหลัง 2 ชุด

สำเนาทะเบียนบ้านไทยและนอร์เวย์ 2 ชุด

แบบฟอร์มคำร้องนิติกรณ์ 1 ชุด

ค่าธรรมเนียม 120 NOK

การขอมรณบัตร

กรณีที่คนไทยเสียชีวิตในนอร์เวย์ ญาติหรือบุคคลใกล้ชิดสามารถแจ้งจดมรณบัตรที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล โดยต้องนำเอกสารดังต่อไปนี้พร้อมสำเนาอย่างละ 2 ชุด

หนังสือเดินทางไทยหรือบัตรประจำตัวผู้เสียชีวิต ต้นฉบับ

ใบมรณบัตรซึ่งออกโดยทางการนอร์เวย์ ซึ่งผ่านการรับรองจากกระทรวง

การต่างประเทศของนอร์เวย์

เอกสารวินิจฉัยสาเหตุของการเสียชีวิต

หนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวของผู้แจ้ง

การขอหนังสือมอบอำนาจทั่วไป

ผู้ขอต้องไปติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ด้วยตนเอง โดยนำหลักฐานพร้องสำเนา 2 ชุดไปด้วยดังนี้

บัตรประจำตัวประชาชนไทย

หนังสือเดินทางไทย ถ่ายสำเนาหน้าที่มีข้อมูลของผู้ถือ

สำเนาทะเบียนบ้านไทย

หลักฐานอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล

 ค่าธรรมเนียมฉบับละ 120 NOK


สิ่งควรรู้สำหรับคุณที่เพิ่งเข้ามาอยู่ นอร์เวย์

หลังจากที่เข้าอยู่ในนอร์เวย์ภายในสองสัปดาห์คุณต้องติดต่อจองชั่วโมง เพื่อทำการตรวจสอบภูมิต้านทาน วัณโรค ( ที บี ) โดยการตรวจทางผิวหนัง ที่แผนกวัคซีน ของเขต หรือ เมือง ชื่อภาษานอร์เวย์ ( Internasjonalt Sos. Med. Senter ) ซึ่งทั้งเด็กและผู้ใหญ่ตามกฎหมายกำหนดไว้ให้ทุกคนต้องเข้ารับการตรวจนี้ ( บุคคลที่มาจาก โปแลนด์ สโลวาเนีย สโลวาเกีย เช็คเกียร์ และ ฮังการี นั้น ตั้งแต่ เดือน พฤสจิกายน 2005 ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ ที บี นี้ )

และถ้าผลการตรวจทางผิวหนังนี้มีผลเป็นลบ คือหมายถึงร่างกายไม่มีภูมิต้านทาน จะได้รับข้อเสนอให้รับวัคซีน บี ซี จี ซึ่งเป็นวัคซีนต้านทานเชื้อวัณโรค ถ้าคุณได้เคยรับวัคซีนตัวนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นจะต้องรับวัคซีนใหม่ การตรวจนี้สำคัญมากที่คุณจะต้องปฏิบัติตาม อันจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของคุณเอง การตรวจนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ และผลของการตรวจนี้ ไม่มีผลต่อการขออนุญาต ทำงานหรือ การอยู่ในประเทศนอร์เวย์นี้แต่อย่างใด

ที่อยู่ ของสำนักงานที่ให้การตรวจวัคซีน ที่เขตนี้คือ

Intern. Sos. Med. Senter

Kverndalsgt. 10

หมายเลขโทรศัพท์ 35 58 15 80

( ควรสอบถามหมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญชองท้องที่เอาไว้ )

และ โปรดจำไว้ว่า ถ้าในภายหลัง ออกเดินทางไปอยู่ต่างประเทศ เกินกว่า สามเดือน คุณต้องเข้ารับการตรวจเชื้อนี้ใหม่

s. 2

- เลขประจำตัว เพื่อที่จะสามารถลงทะเบียนกับแพทย์ประจำ คุณต้องมีเลขประจำตัวต้องติดต่อขอที่แผนกทะเบียน ทางหมายเลขโทรศัพท์ 800 800 00

- แพทย์ประจำ ในนอร์เวย์นี้มีสวัสดิการให้ทุกคนมีแพทย์ประจำ เมื่อคุณได้รับเลขประจำตัวแล้ว คุณต้องรีบติดต่อกับแผนกที่จะจัดแพทย์ประจำตัวให้ ทางโทรศัพท์ 810 59 500 หรือ ทางอินเตอร์เน็ต www.nav.no หาหัวข้อ fastlege.

- การตรวจสุขภาพ กับแพทย์ประจำตัว เมื่อคุณหาแพทย์ประจำตัวคุณได้แล้วขอเสนอแนะให้คุณ จองชั่วโมงเพื่อตรวจเลือด และ ตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะการตรวจเลือด เกี่ยวกับ ไวรัสตับ ( Hepatitt,) เอช ไอ วี ( HIV ) ซิฟิลิส ( Syfilis ) และ หัดเยอรมัน สำหรับผู้หญิง ( Rubella - Røde hunden)และการตรวจเลือด อื่น ๆ ที่แพทย์เห็นสมควร สำหรับบุคคลที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ทางเมือง เฉียน ( Skien ) ได้ให้วัคซีน Hepatitt B ฟรี ถ้าหากว่าคุณมาจากประเทศที่มีอัตราของการติดเชื้อไวรัสตัวนี้สูง

S 3

- สำหรับเด็ก นั้นสำคัญมากที่ผู้ปกครองจะนำผลของการตรวจสุขภาพ การรับวัคซีน จากสถานอนามัย หรือ สาธารณสุข ให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเมือง Skien สถานที่ทางไปรษณีย์ คือ Pb. 27, 3701 Skien และอย่าลืม เขียนชื่อ และ ที่อยู่ ของคุณ ลงในใบเอกสารด้วย ซึ่งเอกสารนี้ จะได้ส่งให้เจ้าหน้าที่อนามัย หรือ อนามัยประจำโรงเรียนต่อไป ทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ท่านทราบตรงนี้

- สำหรับการเจ็บป่วยร้ายแรง ให้คุณติดต่อ แพทย์ฉุกเฉิน ( legevakt ) ทางโทรศัพท์ หมายเลข 35 00 25 00

ที่อยู่ Ulefosvn 55 ( โรงพยาบาล เขตเทลเลมาร์ค )

S 4

หมายเลขโทรศัพ์ และ ที่อยู่ ที่ควรรู้

สำนักงานวัคซีน ( Vaksinasjonskontor )

Kverndalsgt. 10, 3710 Skien

Tlf. 35 58 15 05 / 80

แผนกทะเบียนประชาชน ( Folkeregisteret )

Kongensgt. 31, 3717 Skien

Tlf. 800 800 00

แพทย์ฉุกเฉิน/ แพทย์ที่ลงเวรสำหรับคนไข้ฉุกเฉิน ( Legevakt )

Ulefosv 55, Sykehuset Telemark

Tlf. 35 00 25 00

สำนักงานอนามัย/สาธารณสุข ( Helsetjenesten i Skien )

Pb. 27, 3701 Skien

Tlf: 35 58 15 49

หมายเลขโทรศัพท์ที่ควรรู้

ดับเพลิง ( Brann) Tlf. 110

ตำรวจ ( politi ) Tlf. 112

รถพยาบาล ( Ambulanse ) Tlf. 113

UDI- Norwegian Directorate of Immigration

Postboks 8108 Dep,

0032 Oslo

วัดไทย-นอร์เวย์ / สมาคมชาวพุทธไทย

Wat Thai Norway - Den Thailandske Buddhistforening

Trondheimsvegen 582

2016 Frogner

Tlf. 6382 0130

Fax. 6382 0131

www.watthainorway.com

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล

Eilert Sundts Gate 4

0244 Oslo

Tlf. 2212 8660

Fax. 2204 9969

บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานกรุงออสโล

Akersgaten 32

0180 Oslo

Tlf. 2311 8888

Fax. 2311 8880

สำนักทนายความของนอร์เวย์ที่ยินดีช่วยเหลือคนไทย

Andersen & Bache – Wiig AS

Kr. Augusts Gate 10

0164 Oslo

Tlf. 2328 3300

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 09 มีนาคม 2010 เวลา 19:27 น.
 
ภาพงานวันมาฆะบูชาปี53 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย nicky   
วันพุธที่ 03 มีนาคม 2010 เวลา 00:16 น.

ภาพบรรยากาศงานวันมาฆะบูชาวัดไทยนอรเวย์ปี2553

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 05 มีนาคม 2010 เวลา 23:27 น.
 
ประกาศข่าว PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย nicky   
วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 19:54 น.

วัดไทยนอร์เวย์ รับอาสาสมัครครูสอนภาษาไทย ชมรมนาฏศิลป์รับสมัครผู้สนใจเรียนรำทุกวัย ไม่มีประสบการณ์ก็สมัครได้ วันที่2-4เมษายน53ติวสอบใบขับขี่

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 05 มีนาคม 2010 เวลา 23:26 น.
อ่านรายละเอียดReadmore